หลี่จิ้ง

ขุนศึกผู้หนึ่งซึ่งถือเกิดในปลายสมัยราชวงศ์สุยมีอายุสืบต่อมาจนถึงต้นสมัยราชวงศ์ถัง เป็นขุนศึกที่มีความสามารถในยุทธการการรบไม่เป็นรองขุนศึกผู้ใดในประวัติศาสตร์จีน เป็นขุนศึกที่ค้ำบังลังค์ต้นราชวงศ์ถัง สร้างชื่อเสียงให้ตนเองมากมายในการทำสงคราม เขาผู้นี้มีนามว่า หลี่จิ้ง

joker123

เว่ยกั๊วจิงอู่กง หลี่จิ้ง (卫国景武公李靖, ค.ศ. 571 ถึง วันที่สอง เดือนเจ็ด ค.ศ.649) มีนามเดิมว่า เย้าซือ (药师) เป็นชาวฮั่น บ้านเดิมอยู่ที่ซันหยวน (三原) เมืองยงโจว(雍州, ปัจจุบันคือดินแดนทิศตะวันออกฉียงเหนือของเขตซันหยวนเสี้ยน 三原县มณฑลซานซี) เป็นแม่ทัพใหญ่ในปลายสมัยราชวงศ์สุย (隋) จนถึงต้นราชวงศ์ถัง (唐) เป็นแม่ทัพนายทหารที่มีชื่อเสียงทั้งด้านการรบและการวางแผนยุทธการเก่งกาจมากในสมัยราชวงศ์ถัง ภายหลังได้รับแต่งตั้งเป็น เว่ยกั๊วกง (卫国公) ชาวจีนรู้จักกันในนาม หลี่เว่ยกง (李卫公) หลี่จิ้งเชี่ยวชาญทางด้านการวางแผนใช้กำลังทหารมากกว่าการใช้กลศึก สมัยก่อนเคยเป็นทหารของราชวงศ์สุย

ภายหลังเข้ามารับใช้ราชวงศ์ถังทำประโยชน์ให้ราชวงศ์ถังในการพัฒนาทางด้านการทหารจนมีชื่อเสียงเป็นที่ยกย่อง ทำการรบทางทิศใต้ปราบเซียวสี่ (萧铣) ช่วยเหลือกงโหย้ว (公祐) ทางเหนือทำลายล้างพวกทูเจ๋ยตะวันออก (东突厥, ชาวเตอร์กตะวันออก) ทางตะวันตกปราบถูกู่หุน (吐谷浑) เมื่อสิ้นชีวิตได้รับประทานนามว่า เยวจิ่งอู่ (曰景武) สลักไว้หน้าหลุมศพ เขาเขียนหนังสือว่าด้วยการทหารและการทำสงครามอยู่มากมายหลายเล่ม แต่ได้สูญหายไปแล้ว

สล็อต

หลี่จิ้งเกิดในตระกูลขุนนางเป็นหลานของแม่ทัพหานฉิ๋นฮู่ (韩擒虎) ในสมัยราชวงศ์สุย ปู่ของเขาหลี่ฉงอี้ (李崇义) เป็นเจ้าเมืองอินโจว (殷州) ตำแหน่งหย่งคังกง (永康公) บิดาของเขาหลี่ฉวน (李诠) ก็รับราชการกับราชวงศ์สุยเป็นผู้แทนดูแลเขตแคว้นจ้าว (赵) หลี่จิ้งเติบโตดูเสมือนมั่นคงและเข้มแข็งเนื่องจากได้อิทธิพลจากครอบครัวตั้งแต่เด็กก็มีความสามารถในการปกครองและการทหาร นอกจากนี้ยังมีจิตใจที่ก้าวหน้า มักบอกกับบิดาของตนอยู่บ่อยๆว่า “ท่านบิดา ถ้าท่านสามารถพบกษัตริย์ที่มีใจเป็นธรรมในปัจจุบัน ท่านควรทำงานสนองตอบรับใช้พระองค์ให้จนถึงที่สุด” ลุงของเขาหานฉิ๋นฮู่ คือแม่ทัพที่มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์สุย

ทุกครั้งที่เจอกันจะถกเถียงกันเรื่องการทหาร ไม่เคยชมเชยและปลอบโยนเขา พูดกับเขาว่า “ไม่ว่าจะถกกันเรื่องตำราพิชัยสงครามซุนอู่ หรือศิลปการใช้คน ก็มีแต่เจ้าเท่านั้น” หลี่จิ้งเริ่มทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในเขตฉางอัน (长安) ต่อมาได้เป็นหัวหน้าดูแลท้องพระโรง ตำแหน่งว่ายหลาง (外郎) สังกัดสำนักราชวัง เขาจึงกลายเป็นคนที่นอบน้อมถ่อมตน แต่ชื่อเสียงในความสามารถของเขาโด่งดังมากกว่าคนอื่นในหมู่ของตน หนิวหง (牛弘) เจ้าหน้าที่ถวายฎีกามักยกย่องเขาว่า เป็นเจ้าพนักงานฝ่ายซ้ายที่มีความสามารถในสำนักราชวัง เป็นนักการทหารในสมัยราชวงศ์สุย เจ้าพนักงานฝ่ายซ้ายเซ่อหยางสู้ (射杨素) ซึ่งดูแลพระราชบังลังค์ก็พูดกับเขาว่า “เจ้าต่อไปในที่สุดคงได้นั่งพระราชบังลังค์นี้”

สล็อตออนไลน์

ทำการใหญ่ (ค.ศ.605-617) ปลายสมัยราชวงศ์สุย หลี่จิ้งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยดูแลเขตหม่าอี้ (马邑, ปัจจุบัน คือ ดินแดนทิศตะวันออกเขตซั้วเสี้ยน 朔县 มณฑลซานซี) ในบังคับบัญชาของหลี่ยวน (李渊) ทำสงครามกับพวกทูเจ๋ย (突厥) คราวนี้กระแสแห่งการวุ่นวายลุกขึ้นต่อต้านทรราชราชวงศ์สุยกำลังโหมรุนแรง ทางมณฑลเหอเป่ย มี โต้วเจี้ยนเต๋อ (窦建德) มณฑลเหอหนาน มี ไจ๋ร่าง (翟让) หลี่หมี้ (李密) เจียงหวย (江淮) ตู้ฝูเวย (杜伏威) ฟู่กงสือ (辅公祏) เป็นผู้นำแบ่งเป็นสามกองทัพเป็นกองกำลังที่มีศักยภาพทั้งหมดในการก่อการ ทำการล้มล้างการปกครองของราชวงศ์สุยให้หมดไปจากแผ่นดิน ขณะเดียวกันกองทัพของหลี่ยวนซึ่งถูกทิ้งไว้ที่ไท่หยวน (太原) กำลังเสริมกำลังทหารและกองทัพม้าอย่างลับๆเพื่อรอคอยโอกาสโจมตีเช่นกัน หลี่จิ้งสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวนี้ หลี่จิ้งจึงปลอมแปลงตัวเป็นนักโทษหลบหนีไปเจียงตู (江都) เตรียมถวายรายงานลับให้แก่จักรพรรดิสุยหยางตี้ (隋炀帝) รับทราบ แต่เมื่อหลบหนีมาถึงเมืองหลวงฉางอัน (长安)

ภายในเมืองหลวงโกลาหลวุ่นวายแล้ว ถนนหนทางถูกปิดกั้นเส้นทางทั้งหมดไม่สามารถเดินทางต่อ ในไม่นานหลี่ยวนซึ่งอยู่ที่ไท่หยวนยกทัพ รุกเข้าตีเมืองหลวงฉางอันอย่างรวดเร็วเข้าล้อมจับตัวหลี่จิ้ง หลี่จิ้งซึ่งมีสติปัญญาซึ่งมีความปรารถนาอยู่ในใจก่อนตาย ก่อนที่จะถูกประหารตัดหัวจึงร้องตะโกนออกไปว่า “ท่านยกกำลังทหารมา เพื่อจะทำการใหญ่ต่อแผ่นดิน ปราบล้างการจลาจล ทำไมไม่ทำการใหญ่ให้สำเร็จก่อนหรือท่านต้องการเพียงตัดหัวแก้แค้นเรื่องส่วนตัว” หลี่ยวนชื่นชมในคำพูดของเขา หลี่ซื่อหมิน (李世民) ก็ชื่นชมในความสามารถและความกล้าหาญของเขาจึงปล่อยตัวหลี่จิ้ง ทันใดนั้นหลี่ซื่อหมินเรียกแม่ทัพต่างๆประชุมกองบัญชาการรบ แบ่งกำลังเป็นสามทัพ

jumboslot

ค.ศ.618 (ปีแรกรัชสมัยอู่เต๋อ武德) เดือนห้า หลี่ยวนสถาปนาราชวงศ์ถังขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ หลี่ซื่อหมินได้รับแต่งตั้งเป็นฉินหวาง (秦王) เพื่อที่จะปราบปรามกองกำลังแบ่งแยกดินแดนต่างๆ ในปี ค.ศ. 620 (ปี่ที่สาม รัชสมัยอู่เต๋อ) หลี่จิ้งร่วมกับฉินหวางหลี่ซื่อหมินยกทัพไปทางทิศตะวันออกปราบปรามหวางซื่อชง (王世充) ซึ่งตั้งตนเป็นกษัตริย์ที่ลั่วหยาง (洛阳) มีความดีความชอบทางการทหารได้เลื่อนตำแหน่งใหญ่ขึ้น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลี่จิ้งเริ่มสร้างผลงานให้เป็นที่ปรากฎในแผ่นดิน ก่อนที่จะเริ่มต้นทำสงครามกับหวางซื่อชงไม่นาน ผานจวี้ (盘踞) ซึ่งอยู่ที่เจียงหลิง (江陵, ปัจจุบัน คือ มณฑลหูเป่ย) มีอิทธิพลอำนาจอยู่แถบหนานเหลียง เซียวสี่ (南梁萧铣) ให้ทัพเรือล่องเรือขึ้นมาตามแม่น้ำ พยายามบุกเข้าไปในเมืองเสียโจว (峡州, ปัจจุบัน คือ เมืองอี๋ชาง宜昌 มณฑลหูเป่ย) เมืองปา (巴) เมืองสู่ (蜀) และเมืองอื่นๆของราชวงศ์ถัง ถูกสวี่เส้า (许绍) เจ้าเมืองเสียโจวตีถอยกลับไป ล่าถอยไปถึงเมืองอันสู่ (安蜀) และเมืองจิงเหมิน (荆门) เพื่อจะทำลายกองกำลังแบ่งแยกดินแดนหนานเหลียง เซียวสี่ให้ราบคาบ

จักรพรรดิถังเกาจู่หลี่ยวน (唐高祖李渊) เลือกหลี่จิ้งไปรักษาเมืองขุยโจว (夔州, ปัจจุบัน คือ เขตเฟิ่งเจ๋ย奉节 เมืองฉงชิ่ง) ตัดเส้นทางของเซียวสี่ หลี่จิ้งรับคำสั่งขี่ม้ายกทัพไปตามทาง เมื่อผ่านเมืองจินโจว (金州, ปัจจุบัน คือ เมืองอันคัง安康 มณฑลส่านซี) พอดีพบกับชาวป่าเติ้งซื่อลั่ว (邓世洛) ยกทัพรวบรวมคนหลายหมื่นคนที่อาศัยอยู่ในหุบเขามาดักรอ หลู๋เจียงหวาง หลี่ย้วนจิ้น (庐江王李瑗) จึงยกทัพเสริมเข้าตี แต่ก็พ่ายแพ้ หลี่จิ้งจึงแนะนำออกอุบายให้หลู๋เจียงหวาง ยกทัพเข้าตีกองทัพชาวป่าอีกครั้งจนได้ชัยชนะ จับเชลยได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเดินทางผ่านจินโจวโดยสะดวกจนมาถึงเสียโจว คราวนี้เสี่ยนซาย (险塞) ผู้ควบคุมเมืองเซียวสี่ ออกมาปิดทางทำให้การรุกหน้าล่าช้า หลี่จิ้งเข้าใจผิดคิดว่ากองทัพของเขาต้องถอยติดอยู่ในกับดักไม่สามารถดำเนินการตามแผนการทางทหารที่วางไว้ ออกคำสั่งลับให้นำสวี่เส้าไปประหาร สวี่เส้ายกเอาความดีความชอบของตนที่กระทำทั้งหมดมาเพื่อร้องขอต่อชีวิต แต่ก็ไม่สามารถหลบหนีจากความตายไปได้

slot

ในไม่นาน ร่านจ้าวเจ๋อ (冉肇则) ผู้นำชาวป่าเมืองคายโจว (开州) ก่อกบฎต่อราชวงศ์ถัง ระดมคนยกทัพเพื่อเข้าตีเมืองขุยโจว จ้าวจวิ้นหวาง หลี่เสี้ยวกง (赵郡王李孝恭) ยกกองทัพราชวงศ์ถังไปต่อสู้แต่พ่ายแพ้ถอยกลับมา หลี่จิ้งสั่งทหารแปดร้อยนายบุกไปโจมตีทำลายค่ายพักของทหารกบฎ หยุดการโจมตีของทหารป่าไปได้ จากนั้นจัดทหารไปซุ่มอยู่ในทำเลที่ได้เปรียบทางการรบโจมตีและฆ่าร่านจ้าวเจ๋อได้ในสนามรบจับทหารชาวป่าเป็นเชลยได้ถึงห้าพันกว่าคน เมื่อข่าวการรบชนะถูกส่งข่าวมาถึงเมืองหลวง จักรพรรดิถังเกาจู่ตรัสกับขุนนางว่า “ข้าเคยได้ยินมาว่าการใช้คนที่มีความสามารถเทียบไม่ได้กับการใช้คนที่เคยกระทำผิดมาก่อน หลี่จิ้งทำผลงานได้ดีจริงๆ” ขุนนางจึงออกหนังสือพระราชโองการสรรเสริญแก่หลี่จิ้ง ว่า “ท่านทำงานอย่างสุดความสามารถ ผลงานปรากฎเป็นที่โดดเด่น เมื่อเวลาผ่านไปเป็นที่ปรากฎว่าท่านมีความจงรักภักดีเป็นอย่างยิ่ง ในไม่ช้าท่านจะได้ผลตอบแทนทั้งชื่อเสียง บำเหน็จและรางวัล ท่านไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับชื่อเสียงและโชคลาภอีกต่อไป” ความจงรักภักดีของหลี่จิ้งเอาชนะใจได้รับความไว้วางใจจักรพรรดิถังเก่าจู่ หลี่ยวน เปลี่ยนแปลงอคติที่เคยมีต่อตัวเขา ทั้งยังมีลายลักษณ์อักษรด้วยพระองค์เองส่งถึงหลี่จิ้ง ว่า “ที่แล้วก็ให้แล้วกันไป เรื่องในอดีตข้าลืมหมดสิ้นแล้ว”

ค.ศ. 621 (ปีที่สี่ รัชสมัยอู่เต๋อ) เดือนหนึ่ง หลี่จิ้งประเมินสถานการณ์ความเป็นจริงทั้งสองด้านของศัตรู เสนอแผนการสิบข้อในการโจมตีและทำลายเซียวสี่ ซึ่งได้รับความสนใจจากจักรพรรดิถังเกาจู่เป็นอย่างยิ่ง แต่งตั้งหลี่จิ้งเป็นแม่ทัพใหญ่บัญชาการแต่ผู้เดียว ให้นามว่า เสี้ยวกงสิงจวินจ่างซื่อ (孝恭行军长史) จักรพรรดิถังเกาจู่ยังทราบว่าหลี่เสี้ยวกงไม่ค่อยเชี่ยวชาญทางด้านการยกทัพทำศึก ดังนั้น “กองทัพทั้งสามจริงให้ขึ้นตรงต่อหลี่จิ้ง” หลี่จิ้งจึงกลายเป็นแม่ทัพบัญชาการสูงสุดของกองทัพทั้งสาม หลี่จิ้งจึงจัดสรรพกำลังของทหาร ยุทโธปกรณ์และเสบียงพร้อมสร้างเรือรบขนานใหญ่ ฝึกทหารบกให้ชำนาญการรบทางน้ำ เตรียมพร้อมเพื่อทำสงครามใหญ่ที่เจียงหลิง (江陵) ในขณะเดียวกันเขาเห็นดินแดนปาและสู่มาน้อมสวามิภักดิ์กับราชวงศ์สุยและถังไม่ทันใด ดินแดนเหล่านั้นยังไม่มีเสถียรภาพมั่นคง เพื่อที่จะแก้ไขความกังวลของชาวบ้านในแถบนี้ เขาชักชวนหลี่เสี้ยวกงให้เชิญชวนหัวหน้าของชนเผ่ากลุ่มต่างในแถบนั้นทั้งหมดมาพบกันที่เมืองขุยโจว แต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานของราชวงศ์ถังตำแหน่งต่างๆตามความสามารถของแต่ละบุคคล จัดสรรตำแหน่งเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา กำหนดนโยบายการปกครอง “ภายนอกกำหนดแนวทาง ภายในปฎิบัติจริงให้มีคุณภาพ” นี่คือนโยบายเชิงบวกที่มีบทบาทเสริมความมั่นคงทางการเมืองให้แก่ดินแดนปาและสู่

This entry was posted in Slot and tagged , , , . Bookmark the permalink.