จุ้ยบ้วยเนี้ย

จุ้ยบ้วยเนี้ย หรือแปลตรงตัวได้ว่า เจ้าแม่ท้ายน้ำ หรือที่ชาวไทยรู้จักกันในนาม เจ้าแม่ทับทิม เป็นเทวนารี ที่รู้จักและนิยมบูชาเช่นเดียวกับม่าจ้อโป๋ หรือไฮตังม่า เป็นเทพเจ้าที่ได้รับความเคารพในหมู่ของชาวฮกเกี้ยน และ ชาวไหหลำ และชาวจีนโพ้นทะเล ที่ประกอบอาชีพเป็นชาวประมงที่เดินเรือ โดยส่วนใหญ่ชาวไทยมักเข้าใจผิดว่าจุ้ยบ้วยเนี้ยกับม่าจ้อโป๋เป็นองค์เดียวกัน จึงนิยมเรียกรวมกันว่า “เจ้าแม่ทับทิม” ซึ่งแท้ที่จริงแล้วตามความเชื่อของจีนเป็นคนละองค์กัน

joker123

โดยศาลเจ้าของจุ้ยบ้วยเนี้ย เฉพาะในประเทศไทยมีกันหลายแห่ง ที่โด่งดังมีชื่อเสียง ได้แก่ ศาลเจ้าจุ้ยโบเนี้ยว เชิงสะพานซังฮี้ , เป็นศาลเจ้าแม่ทับทิมที่มีความเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย โดยสร้างแม่ทับทิมท่าฉลอม ท่าฉลอม เป็นต้นขณะที่ศาลเจ้าแม่ทับทิม เชิงสะพานพระปกเกล้า ย่านพาหุรัด, ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง สามย่าน เป็นศาลของม่าจ้อโป๋ หรือเทียนโหวเซี้ยบ้อ ซึ่งเป็นเทพคนละองค์กับจุ้ยบ้วยเนี้ย

ศาลเจ้าจีนไหหลำ เก่าแก่กว่า 100 ปี หันหน้าสู่แม่น้ำท่าจีน ภายในศาลมีเจ้าแม่จุ๊ยบ๋วยเนี้ย โดยแปลเป็นไทยว่า “เจ้าแม่ท้ายน้ำ” ซึ่งเป็นที่นับถือของคนเดินเรือชาวไหหลำ และมักเรียกเป็นภาษาไทยว่า “เจ้าแม่ทับทิม” เนื่องจากมีเครื่องประดับประจำองค์เป็นพลอยสีแดง เป็นเทพเจ้าประธานอยู่ตรงกลาง ด้านขวามีเทพเจ้าปุนเถ้ากง และด้านซ้ายมีเทพเจ้ากวนอูและบริวาร รวมทั้งมีกระถางธูปและเกี้ยวอัญเชิญที่เก่าแก่กว่า 100 ปี ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีงานแห่เจ้าแม่และพิธีลุยไฟ

สล็อต

เจ้าแม่จุ๊ยบ๋วยเนี้ยมีประวัติโดยย่อว่า จุ๊ยบ๋วยเนี้ยเป็นเทพหญิงที่สิงสถิตในขอนไม้ โดยมีชาวประมงแซ่พัวเดินเรือจับปลา วันหนึ่งขณะลากแหพบว่าแหมีน้ำหนักมาก คิดว่าคงได้ปลามากมาย แต่ปรากฏว่ามีขอนไม้ท่อนหนึ่งมาติดแทน เมื่อโยนทิ้งไปและหว่านแหอีกครั้ง ขอนไม้ท่อนนั้นก็ติดกลับมาเช่นเดิม จึงอธิษฐานให้ตนจับปลาได้จำนวนมาก หากสำเร็จตามคำขอ จะนำขอนไม้ไปแกะสลักเป็นรูปเพื่อบูชา เมื่อคำขอของเขาสัมฤทธิ์ผล เขาจึงนำขอนไม้ดังกล่าวกลับบ้าน แต่เมื่อถึงบ้านแล้วกลับทิ้งขอนไม้ให้ตากแดดตากฝน ต่อมามีการย้ายขอนไม้ไปไว้หน้าเล้าหมู

หลังจากนั้นจึงเกิดเหตุการณ์ประหลาด หมูเล้านั้นตายอย่างไม่ทราบสาเหตุ อีกทั้งหากใครลบหลู่ขอนไม้ล้วนมีอันเป็นไปทั้งสิ้น ชาวประมงแซ่พัวจึงตระหนักได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของขอนไม้ และทำการขอขมาแล้วนำมาแกะสลักตามที่เคยสัญญาไว้

ชาวจีนทุกแห่งหน มักจะมี ศาลเจ้าแม่ทับทิม เสมอ ไม่ว่าไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฯลฯ

เพราะอย่างที่พวกเราโดยมาก รู้กันดีอยู่แล้วนะครับ ท่านเป็นทพคุ้มครองชาวเรือทั้งปวง

สล็อตออนไลน์

แต่คำว่า “เจ้าแม่ทับทิม” ที่คนไทยเรียกขานนั้น มิได้แปลจากพระสมัญญานามในภาษาจีนนะครับ

และพระแม่ผู้คุ้มครองชาวเรือของจีน ที่บูชากันอยู่ท้ะวสไป มี ๒ องค์ ซึ่งคนไทยเรียกว่า “เจ้าแม่ทับทิม” ทั้งคู่

ที่ผ่านมาจึงทำให้เกิดความสับสนพอสมควร

เพราะคติการบูชาเทพจีนที่เข้ามาสู่เมืองไทย เข้ามากับชาวจีนหลายภาษา หลากวัฒนธรรม

เทพองค์เดียวกัน ต่างคนก็ต่างว่าไปตามทางของตัว จนสับสนปนเปกันไปหมด

ประติมานวิทยาก็ไม่มีความแตกต่างที่ชัดเจน หรือเห็นได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อคนจีนนิยมถวายฉลองพระองค์แด่เจ้าแม่ต่างๆ ด้วยสีแดง ซึ่งเป็นสีนำโชคเหมือนกันไปหมด แล้วก็ไม่สามารถอธิบายเป็นภาษาไทยให้คนไทยรู้เรื่อง

ก็ช่วยไม่ได้ละครับ ที่จะทำให้คนไทยใช้คำเรียกง่ายๆ ว่า เจ้าแม่ทับทิม

ปัจจุบันนี้ มีการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ ด้วยการแปลจากภาษาจีน ในระดับที่อ่านแล้วสับสนน้อยกว่าในอดีต หรือเข้าใจง่ายขึ้น ผมก็เลยนำจากหลายๆ แหล่ง มาเรียบเรียงให้เข้าใจง่ายขึ้นอีก

นั่นคือ เจ้าแม่องค์ที่คนแต้จิ๋วในเมืองไทยเรา นิยมเรียกว่า หม่าโจ้ว หรือในภาษาจีนกลาง ออกเสียงว่า ม๋าจู่ (妈祖)

jumboslot

ตำนานจีนเล่าว่า เจ้าแม่หม่าโจ้วมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ทรงถือกำเนิดในหมู่บ้านชาวประมง เกาะเหมยโจว เมืองจิงหัว อำเภอผู่เถียน มณฑลฝูเจี้ยน หรือ ฮกเกี้ยน นั่นแหละครับ

ก่อนท่านจะถือกำเนิด มารดาของท่าน (แซ่หวาง บางตำราว่าชื่อ เฉินซื่อ) มีลูก ๕ คนแล้ว คนโตเป็นชาย นอกนั้นเป็นหญิงทั้งหมด

เนื่องจากบุตรชายที่มีเพียงคนเดียว ร่างกายไม่แข็งแรง นางจึงอธิษฐานขอบุตรชายอีกสักคนหนึ่ง จากพระแม่กวนอิม

แต่บางเอกสารกลับเล่าว่า มารดาของท่านมีลูกชายอยู่แล้ว ๕ คน ลูกสาว ๑ คน อยากได้ลูกสาวอีคน จึงอธิษฐานขอจากพระโพธิสัตว์กวนอิม

ซึ่งพระแม่กวนอิมก็เสด็จมาเข้าฝัน ตรัสว่า นางจะให้กำเนิดสตรีศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะได้รับความเคารพบูชาจากทั้งชาวบ้าน และชาวทะเลนับหมื่นครัวเรือน แล้วจึงประทานยาลูกกลอน (บางตำราว่าดอกไม้) ให้นางกินหนึ่งเม็ด จากนั้นนางก็ตั้งครรภ์

ครั้นถึงวันที่ ๒๓ เดือน ๓ พ.ศ.๑๕๐๓ ตรงกับรัชสมัย เจ้ากวงยิ่นฮ่องเต้ (趙匡胤) รัชศกเจี้ยนหลง (建隆) ที่ ๑ แห่งราชวงศ์ซ่ง นางก็คลอดบุตรเป็นหญิง

slot

ขณะนั้น ภายในห้องปรากฏสิ่งมหัศจรรย์ เช่น มีกลิ่นหอมอบอวลกำจายไปทั่ว นอกบ้านก็มีรัศมีสีแดงพุ่งจากขอบฟ้าฟากตะวันตกเฉียงเหนือ สาดเข้าไปถึงในห้อง

เนื่องจากทารกคนนี้ คลอดออกมาแล้วไม่ร้องไห้ จึงตั้งชื่อว่า หลินโม่ว (林默) เพราะคำว่า โม่ว (默) ในภาษาจีนนั้น แปลว่า เงียบ นั่นเอง

ชื่อนี้ถ้าออกเสียงแบบแต้จิ๋ว ก็คือ ลิ้มมิก

ส่วนที่เอกสารต่างๆ นิยมเรียกกันทั่วไปว่า หลินโม่วเหนียง (林默娘 หรือ ลิ้มมิกเนี้ย ในสำเนียงแต้จิ๋ว) ก็คือเป็นการเรียกแบบเป็นทางการครับ

ดังนั้น ต่อไปผมก็จะเขียนพระนามของท่านตามนี้เหมือนกัน

This entry was posted in Slot and tagged , , , . Bookmark the permalink.